เหนื่อย

15 Responses

  1. เหมือนกันเลยสหายท่านป๋า เปิดไปเจอแดชบอร์ดตัวเอง
    กลัวแต่ท่านเพลงจะปิดเรือนลั่นทมหลบซุกใจเสีย
    เธอยิ่งหัวใจไหวในรักอยู่ด้วย
    ..
    อืมม์ น่าอิจฉาจริง ๆ นะหัวใจเยี่ยงนี้
    ได้โศกเศร้าเหงาในรัก..ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าอภิรมย์นัก
    ..
    ท่านไม่เคยมานานแล้วสินะ?
    ใช่ไหม?
    ใช่ไหม?

    (ท่านเพลงมาเจอเข้าคงโดนแน่ข้าพเจ้า ;) )

  2. เข้าจากฟีดก็ไม่ได้!
    ท่านเพลงปิดออฟชั่น
    ท่านป๋าไปดูใจหน่อยเถอะ
    ฝากด้วย
    ฝากด้วย

  3. น่าอิจฉาหรือท่าน!!
    กระผมเคยฝากอะไรมากมายไว้กับหัวใจ ในความหมายเดียวกับอารมณ์
    มันช่างร้อนรน ร้อนรุ่ม ทุกข์ทรมาน
    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ท่านอุตส่าห์สละ ลาภยศ
    ทิ้งลูก ทิ้งเมีย เพื่อจะหาทางพ้นทุกข์ให้แล้ว
    แนะนำสั่งสอนมาเป็นสองพันกว่าปี
    กระผมเพิ่งตระหนักรู้
    พยายามจับจิตจับอารมณ์ตนเอง ไว้ให้มั่น
    พยายามไม่หวั่นไหว

    แต่ความเป็นมนุษย์ปุถุชน ก็ยังยาก
    แต่ก็จะพยายามพ้นจากทุกข์โศกให้ได้ขอรับ

    เรื่องแม่เพลงหากเป็นอย่างนั้น
    แสดงว่าปัญหาไม่ใช่ที่บล็อกของกระผมมัน งง แล้วแหละ
    เอาไว้แม่หญิงอยากพบปะพูดคุยกะพวกเรา
    แม่หญิงคงมาเองขอรับ
    เรื่องนี้ต้องปล่อยให้เวลาบำบัดขอร้าบ
    หรือเปล่า ฮา
    หรือบล็อกแม่หญิงเกิดเจ๋งขึ้นมา ตอนนี้กำลังหาทางแก้
    เอิ๊ก

  4. โหะ

    วันนี้ ไอซ์ ขึ้นธรรมาสน์….

    อนุโมทนานะคะ…

    บทกวี..ดูหนุ่ม…มากเลยค่ะ

  5. เริ่มเข้าเค้าแล้วเว้ย
    พี่สาวพลั้งปาก
    เรียกงานเราว่า

    บทกวี

    มิเสียแรงที่ฝึกฝน

    เอิ๊ก

  6. ไม่เหนื่อย

    แต่เบื่อ!! อะ

    ทำไงดีล่ะ ..

    ความรู้สึกดี มันปลิวไปกับเวลาที่ล่วงผ่าน หมดแล้ว

    เฮ้อ

    ..

    ซาหวัดดี กวีหนุ่ม

    เอ! เปลี่ยนเป็น กวีลูกหนึ่ง ดีกว่าไหม ;)

  7. อิอิ
    หนุ่มฮ็อตจริง ๆ ไอ้ไอซ์เอ้ย
    สาว ๆ หลงทางมาทัก สองคนแระ
    อิอิ

  8. ถ้าอักษราคือกระบี่เล่มงาน

    ป๋าไอซ์และท่านดินจักใช้กระบี่ในมือท่านทำสิ่งใด

    และหากวันหนึ่งขณะท่านดำรงตนอย่างสงบเงียบ
    เพียงท่านคล้อยหลังออกจากบ้านไม่นาน
    บ่านที่ท่านคิดว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดโดนบุกรุก
    โดยคนรักในอดีตของท่าน
    มิเพียงบุกรุกทว่ายังทำลายทุกอย่างที่เป็นท่าน

    ท่านจะกระชับกระบี่ในมือให้มั่นแล้วตรงไปฟาดฟันไหม

    คนบางคนเลือกอยู่กับความนิ่ง เพื่อช่วยเยียวยาตน
    หาใช่ความขลาด เพราะไม่งั้นก็จะเกิดการต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุด
    จนกว่าจะตายจากกันไป

    …เพลงดาบไร้ใจ (นอมินีแม่เพลง)…

  9. แม่เพลง

    กระผมเคยมีพวกพ้องนักเลงและอันธพาล
    กระผมเคยถูกรังแกด้วยความอยุติธรรม
    กระผมเคยเอ่ยปากขอร้องให้พวกพ้อง
    รุมกระทืบใครบางคน
    ไม่รู้ว่าใครคนนั้นบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน
    แต่เมื่อย้อนกลับมาคิดถึงภาพของใครคนนั้น
    ในวันนั้น
    กระผมสงสาร และ ทำไมกระผมจึงสามารถของภาพ
    คนถูกทำร้ายได้อย่างสาแก่ใจ

    ณ วันนี้
    กระผมไม่ค่อยจะโทษคนอื่นมากเท่าไหร่
    กระผมโทษหัวใจตนเอง
    โทษที่มันทะลึ่งไปเจ็บไปร้อนต่อเรื่องราวมากมาย
    หากหัวใจไม่เจ็บปวดทุรนทุราย
    ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้เราได้

    บางทีการอยู่นิ่ง ๆ ไม่รับไม่รู้
    ก็ดีขอรับ แต่มันไม่ได้รับประกันว่า
    หากเกิดแผลใหม่ เราจะไม่ต้องหลบไปเลียแผล
    สู้มันขอรับ
    ทำหัวใจให้ด้าน ๆ เข้าไว้ ในเรื่องทุเรศทุรัง
    เราไม่เจ็บไม่ปวดเสียอย่าง
    ต่อให้พญามารมาสักกองทัพ
    เราก็หาได้หวั่นไหว

    สู้ สู้ ขอรับ

    แม่เพลง

  10. ถ้าอักษราคือกระบี่เล่มงาน

    ป๋าไอซ์และท่านดินจักใช้กระบี่ในมือท่านทำสิ่งใด

    และหากวันหนึ่งขณะท่านดำรงตนอย่างสงบเงียบ
    เพียงท่านคล้อยหลังออกจากบ้านไม่นาน
    บ่านที่ท่านคิดว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดโดนบุกรุก
    โดยคนรักในอดีตของท่าน
    มิเพียงบุกรุกทว่ายังทำลายทุกอย่างที่เป็นท่าน

    ท่านจะกระชับกระบี่ในมือให้มั่นแล้วตรงไปฟาดฟันไหม

    คนบางคนเลือกอยู่กับความนิ่ง เพื่อช่วยเยียวยาตน
    หาใช่ความขลาด เพราะไม่งั้นก็จะเกิดการต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุด
    จนกว่าจะตายจากกันไป

    …เพลงดาบไร้ใจ (นอมินีแม่เพลง)…

    จากถ้อยของคุณ

    ผมนั่งไตร่ตรองอยู่นานว่าจะเขียนหรือเอ่ยคำกับท่านไหม แต่ในฐานนะหนึ่งที่ถูกพาดพิงและในฐานะที่เขียนให้คนที่ชื่อ “แม่เพลง” ของคุณต้องจรจากไปจากที่ๆ เป็นอยู่หายไป ผมต้องขอใช้สิทธิ์ที่ผมต้องพูดบ้าง หวังว่าคุณคงจะใจกว้างพอๆ กับงานเขียน

    ผมไม่เคยที่จะอยากเข้ามาวิวาทะใดๆ กับใครหรือแม้นแต่ “แม่เพลง” ของคุณ ทว่าการที่ผมถูกพาดพิงบ่อยๆ นั้น ทั้งจากปากและสิ่งที่เธอเขียน มันทำให้ผมรู้สึกว่าทำไมเธอ เธอนั้นนะ “ช่างถูกกระทำอย่างน่าสงสาร” โดยเฉพาะจากคนที่เธอหรือคุณ เรียกว่าคนรักในอดีต!!!

    ถ้อยคำจากที่เธอเขียนถึงผมในเรื่องซีไรต์นั้นเธอเขียนทำไม?

    ผมกับเธอ หรือแม้นแต่เธอเองก็รู้ดีว่าผมไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว แต่เธอยังทำ

    ผมเคยมีข้อตกลงว่าไม่ว่าจะเลิกกันดีร้ายอย่างไรอย่าเอาไปเขียนหรือพูดเด็ดขาดผมไม่ชอบ แต่เธอไม่ยึดข้อตกลงระหว่างเรา เธอปิดบล็อกมากี่ที่แล้วกับการละเมิดข้อตกลงซึ่งผมก็ทนไม่ได้

    การขอการปรามกันก็มีแล้ว แต่เธอยังทำ เธอเขียนได้ขนาดผมกับแม่ต้องทะเลาะกัน เธอทำไปได้อย่างไร?

    เรื่องราวในอดีตหรือเรื่องที่ผมเลิกกันเธอนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เธอกลับเอาเรื่องส่วนตัวมาเขียนมาพูดบ่อยครั้ง แม้นไม่ใช่ที่นี้ก็ตาม ผมไม่ได้เป็นฝ้ายที่เริ่มก่อน และผู้หญิงของผมคนที่มากก่อนเธอก็ไม่ได้เริ่ม แต่เธอเริ่มเอง เธอกลับที่จะเลือกที่จะเริ่มเองทำไม?

    เราทั้งสาม ผม เธอ(แม่เพลงของคุณๆ) และผู้หญิงของผม ตกลงใจจะไม่เอาเรื่องของเธอมาพูด ผมเก็บและอ่านได้ยินมานานเป็นปี คนเราต้องมีขีดจำกัดใช่ไหม?

    ก่อนที่จะตัดสินว่าผมไปทำร้ายหรือบุกรุกเธอ หรือทำลายตัวเธอนั้น ผมอยากให้ท่านได้ตรองก่อนเถอะ อย่าตัดสินผมเพียงเพราะสิ่งเหล่านั้นเลย แต่ถ้าท่านยังตัดสินความเป็นไปในเรื่องระหว่างเราก็คงเป็นความประสงค์ของท่าน และก็ขอให้ท่านใจกว่าพอที่จะไม่ลบความคิดเห็นของผม เพื่อยั้งไว้ให้เธอคนนั้นมาอ่าน

    ปล.หวังว่าท่านทั้งสองคงได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนในบล็อก ที่นี้แล้ว และไม่ได้หวังการเปลี่ยนแปลงใดๆ ระหว่างสัมพันธ์ภาพระหว่างท่านกับเธอหรือใคร เพียงแต่อยากให้ท่านเข้าใจบ้างว่า ใครบุกรุกใครก่อน และใครทำร้ายใครก่อนเท่านั้น

    แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า
    ๖ พฤษภา ๕๐
    บ้านริมถนนสุโขทัย

  11. สวัสดีครับพี่

    ปรารถนาของพี่ในการเขียนความคิดเห็นมาแปะในบล็อกของผมนั้น ผมไม่ทราบว่าพี่ปรารถนาจะส่งสารถึงใคร แต่ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของพื้นที่นี้ ผมขอกล่าวกับพี่เป็นการเฉพาะระหว่างผมกับพี่ ใจจริงอยากจะส่ง อีเมล ส่วนตัวไปยังพี่ แต่ก็จนใจเพราะเราไม่รู้จักกัน แม้จะเห็นปกหนังสือของพี่บนชั้นวางหนังสือในร้านหลายครั้ง หากใครผ่านมาอ่านขอก็จงอย่าเข้าใจว่าผมไปพาดพิงใครเข้าอีก

    ตั้งแต่รู้จัก แม่เพลง ผ่านบล็อก และแม้จะเคยผ่านตาคำว่า ‘คนรักในอดีต’ ของแม่เพลงมาครั้งสองครั้ง จนก่อนจะได้มาอ่านความคิดเห็นของพี่ ผมก็ไม่รู้ว่า ‘คนรักในอดีต’ ของแม่เพลง คนนั้นเป็นใคร

    ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุที่ต้องเลิกร้างกันไปนั้นมันเป็นด้วยเหตุใด และผมก็ไม่ต้องการรู้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของผม และผมก็ไม่ชอบไปยุ่งเรื่องของใคร แต่ในฐานะผมกับแม่เพลงรู้จักกัน เคยพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกัน หากในฐานะเพื่อนหรือแม้แต่คนรู้จัก ผมจำเป็นจะต้องพูดหรือเขียนข้อความใด เพื่อให้เพื่อนของผม รู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น หรืออะไรก็ได้ให้เพื่อนคลายทุกข์

    ฉะนั้นการให้กำลังใจเพื่อน คงไม่อาจเรียกว่าผมได้ตัดสินพี่หรือใคร ใช่ไหมครับ?

    หวังว่าพี่คงเข้าใจ ‘คุณ’ ในท้องเรื่องด้วย

    ปรัชญา พงษ์พานิช
    วันเดียวกันที่ พิษณุโลก

  12. สวัสดีครับ

    จริงเรื่อง mail ไม่ใช่ปัญหา ทว่าตามที่ผมบอก นั้นหละครับ คนเราในเมื่อ “แม่เพลง” นั้นเขายอมรับข้อตกลงเรื่องระหว่างเรา
    ทว่าทำไมเขาถึงพลั่งปากไปเช่นนั้น เรื่องซีไรต์ คุณคงได้อ่านอยู่เพราะคุณก็ตอบด้วย
    สิ่งที่ผมอยากพูดคือ ผมไม่ได้ส่ง และไม่เคยขอให้เขาส่งเราไปด้วยกัน นั้นปัญหาเก่า นั้นคือปัญหาเมื่ออดีต
    แต่…สิ่งที่เขาพูด ในฐานนะผมมันรุุนแรงครับ รับไม่ได้ทำไม่ต้องพูด อยากโออวดอะไรรึ นั้นคือปัญหาผมครับ
    เคยบอกเขาแล้วเรื่องราวในอดีตให้มันผ่นไปเถอะ ผิดถูกก็ว่ากันไปแก้กันได้ แต่เขาเปล่าเลย
    อีกอย่างที่ผมตัดสินใจขอใช้พื้นที่คุณเพราะ ผมกลายเป็นอะไรที่ต้องมาพูดว่า

    “และหากวันหนึ่งขณะท่านดำรงตนอย่างสงบเงียบ
    เพียงท่านคล้อยหลังออกจากบ้านไม่นาน
    บ่านที่ท่านคิดว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดโดนบุกรุก
    โดยคนรักในอดีตของท่าน
    มิเพียงบุกรุกทว่ายังทำลายทุกอย่างที่เป็นท่าน

    ท่านจะกระชับกระบี่ในมือให้มั่นแล้วตรงไปฟาดฟันไหม

    คนบางคนเลือกอยู่กับความนิ่ง เพื่อช่วยเยียวยาตน
    หาใช่ความขลาด เพราะไม่งั้นก็จะเกิดการต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุด
    จนกว่าจะตายจากกันไป

    …เพลงดาบไร้ใจ (นอมินีแม่เพลง)…

    อย่างนี้ต่างหาก ผมไม่ได้บุกรุกใคร ผมไม่เคยเอ่ยถึงใคร แต่สิ่งที่เขาเอ่ยถึงผมเล่าแบบว่า
    “ป๋า (ขอสงวนชื่อที่ไม่อาจจะเอ่ยนาม) เจ้าคะ… “เขา” คนนั้นจะใครก็ช่างเต๊อะ แต่ที่แน่ๆ คือ สนพ.
    ไม่ได้เป็นคนส่งให้ชัวร์ เพราะตอนที่ยังรักกันอยู่ เขาก็ให้ข้าเจ้าเป็นคนส่งประกวดเซเว่นให้ และบอกว่าปีหน้า (ปี ๕๑)
    ช่วยส่งซีไรต์ให้ด้วย ไอ้เรารึก็นึกว่าพูดเล่น เพราะเห็นด่ากรรมการซีไรต์ประจำ”

    …………………………………

    เขาเขียนทำไม อยากจะแสดงอะไร นี่คือเหตุผลครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากสื่ถึงเขาจนเขาปิดบล๊อกไป
    เพราะสิ่งที่เขียนไม่มีควมจริงเลย และแม้นอย่างนั้นก็ไม่มีอย่างนี้เลย

    ผมก็ชัดแจนแล้วว่า ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ในนี้หรือที่ไหน ที่ผมรับรู้ อยากให้เขาพูดในความจริง คุณอ่นข้อควมข้างบนไหม

    ผมรู้สึกเหมือนโดนกระทำอย่างชัดเจน และที่ผมออกมาพูด คุณก็รู้แล้วว่ “คนในอดีต” เป็นใคร แต่คุณก็บอกอยู่ใช่ไหมว่า เคยได้ยินอยู่ครั้งสองครั้ง
    ฉะนั้นนี้คือเหตุผลครับ เหตุผลที่ผมไม่อยากเอาออกมาพูดอีก ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดไม่จริง

    และขอโทษที่รบกวนพื้นที่คุณ เพราะหากไม่มีประโยค ที่เอ่ยถึงผมดังกล่วร้ายนั้นผมไม่พูดแน่

  13. ขอโทษครับ แป้นพิมม์ สระ อา ผมไม่ค่อยดี

  14. สวัสดีครับพี่

    ผมยินดีให้พี่ได้ใช้พื้นที่ของผม ได้บอกกล่าว แม้ว่าผมจะมองว่ามันจะเกิดประโยชน์กับใครเลย

    พี่เองก็คอยตามเช็คว่า มีใครมาว่าร้าย กู ตรงไหน อย่างไร บ้างวะ

    อีกฝ่ายก็ต้องคอยหลีกลี้หนีกันไป

    เอาเวลามาสร้างสรรค์ผลงานดีๆมีคุณภาพแบบ โฟเอส กันดีกว่าครับ

    วรรณกรรมไทยจงเจริญ
    บันไซ บันไซ บันไซ

    ปล. นิดนึง เรื่องซีไรท์นั่น ที่ผมตอบไม่ได้หมายถึงพี่ แม้จะ งง กับคำตอบของแม่เพลง ว่าเธอพูดถึงใคร ใช่คนเดียวกับที่ผมแซวหรือเปล่า จนเมื่อรู้ว่าเป็นพี่ ก็ยังยืนยันได้ว่า ที่ผมหมายถึงไม่ใช่พี่

  15. จริงๆ ผมไม่ได้ตามเช็คหรอกครับ ถ้าตามเช็คจริงคงเห็นนานแล้ว แต่บังเอิญมีเพื่อนส่งลิงค์มาให้ผมดู อย่างที่ผมบอกแล้วนั้นหละ จริงๆ ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักหรอกกับคนๆ นั้น ทว่าเมื่อคนเรา คำพูดของเราหลุดปากไปแล้ว มันก็ถูกถ่ยทอดต่อๆ กันไป และมาจนถึงเจ้าตัวที่ถูกกล่าวถึง

    เช่นเดียวกับที่เกิดเรื่องราวอันไร้สาระนี้ แม้นจะพูดอยู่ ณ ส่วนใด อย่างไรมันก็มาถึงผมอยู่วันยันคำ

    ผมตรองจริงๆ อยู่นานว่าจะพูดดีไหม แต่ผมถูกพาดพิง และกล่าวหาว่าผมบุกรุกเธอ ฮึมม์…ไอ้ครั้งจะนิ่งก็กระไรอยู่เพราะเคยเตือนๆ ปรามๆ แล้ว แต่กลับไม่ยอมทำตาม คะนองปากพูดซะอีก และพูดอย่างไม่เป็นจริงอีกต่างหาก

    คนเราถ้ายอมรับความจริง และไม่ได้แสร้งอยู่แต่โลกมายา โลกที่ตนเองปรุงแต่งก็น่จะไม่ต้องพูด “ถากถาง” กัน เลิกแล้วต่อกันไปตั้งนานแล้ว และโดยเฉพาะการที่พยายมทำตัวเป็นคนที่ดีในสายตาอื่นๆ ยิ่งแล้วใหญ่

    ตรง ปล.นั้นไม่มีปัญหอะไรครับ ผมไม่ได้ว่าว่าคุณจะว่าผม แต่ผมว่าคนที่พยายาม “ถากถาง” ผม ผมรู้และดูที่เจตนาครับ

    ปล.(ฝาก)คนเราทำอะไรไว้ย่อมได้รับอย่างนั้น ถ้ายังขืนโกหกเสแสร้งต่อกันและกัน ซักวันความจริงมันก็จะปรากฏเอง และจะต้องเจ็บปวดกับความจริงนั้นๆ พยายามทำตัวใหม่เริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ ถ้าว่างนักกลับไปอยู่ที่บ้านดูแลแม่และลูก (ที่ตัวเองบอกใครต่อใครว่าเป็นหลาน) จะดีกว่า นั้นคือความจริงกว่า

    ขออภัยเจ้าของบล๊อกที่นำเอาเรื่องไร้สาระมาจมอยู่ในบล๊อกนี้

ใส่ความเห็น