ฉันยังคงรู้สึกเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยว
ทั้งที่ราบรอบตัวฉันมีมิตรสหายเปลี่ยนหน้าเข้ามาไม่ได้ขาด
ฉันยังคงรู้สึกแปลกแยกกับผู้คนร่วมสังคม
มิใช่เพราะฉันเกลียดชังพวกเขา
หากเป็นเพราะฉันชิงชังตนเอง
บ้างครั้งก้าวร้าวต่อมิตรภาพและความหวังดีจากผู้อื่น
บ้างครั้งฉันแสยะยิ้มและถ่มน้ำลายรดผืนดินเมื่อมีใครแสดงความเป็นห่วง
หากพวกเขารู้สักนิดว่าฉันเป็นฆาตกร และหลบหนีออกจากที่จองจำ
พวกเขายังจะดีกับฉันอยู่ไหม
ฉันไม่ได้ต้องการใคร
แต่ใครเหล่านั้นกลับยินดีมอบมิตรภาพอันงดงามให้ฉัน
หากพวกเขารู้สักนิดว่าฉันเป็นฆาตกร และหลบหนีออกจากที่จองจำ
พวกเขาจะรู้สึกเสียดายมิตรภาพอันงดงามที่มอบให้ฉันไหม
ไม่นานนักฉันจะต้องถูกตามตัว
และถูกจับกลับไปยังที่จองจำของฉัน
วิญญาณของฉันผูกพันกับที่จองจำนั้น
ทุกค่ำคืนฉันยังคงฝันถึงลูกกรงเหล็กและกลิ่นเหม็นอับ
ฉันฝันถึงแมลงสาบเพื่อนยาก และหนูสกปรกเพื่อนตาย
ฉันยังคงจำรสชาติความเจ็บปวดจากไม้กระบอกของผู้คุม
แต่ที่ฉันหนีมา
ฉันไม่ได้ต้องการมิตรภาพและความหวังดีจากใคร
ฉันสำนึกผิดต่อบาปหนาของฉัน
ฉันไม่ได้คิดจะย้อนเวลา และข้ามไปยังอนาคต
ที่ฉันหนีมา เพียงเพราะฉันอยากหนี
ฉันรู้ดีว่าฉันหนีไปไหนได้ไม่กี่น้ำดอก
เพราะวิญญาณของฉันผูกพันกับที่จองจำนั้น
ขอบคุณสำหรับมิตรภาพและความหวังดี
ฉันจะเก็บรักษาไว้ในจิตวิญญาณ
เมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปยังที่จองจำของฉัน
ฉันจะนำมันติดตัวไปด้วย
และฉันจะไม่มีวันหนีออกมาจากที่จองจำนั้นอีก
ตลอดชีวิต…
Filed under: Uncategorized






ทดสอบ
ทดสอบ
ทำไมเรารู้สึกเช้นนั้นเลย
เก่งจังค่ะคุณไอซ์
ทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นแบบนี้ได้อย่างไรกัน ?
.
อ้อ .. ฝากถาม “ฆาตกร” ที่หนีมาคนนั้นด้วยนะคะว่า
เขา “กลัว” อะไร ?
เพราะเหตุใดจึงรังเกียจมิตรภาพและความหวังดีนัก ?
ฮึ ?!?!
-มารดำ.-